วิธีเลือกชนิดของปรอทวัดไข้

     การวัดไข้ที่มีความแม่นยำนั้น มีความสำคัญในการให้การดูแลลูกน้อยของคุณ

 

     อย่าได้อาศัยเพียงความรู้สึก จากการสัมผัสด้วยมือว่าลูกมีไข้สูงหรือไม่ เพราะมีความคลาดเคลื่อนได้มาก และในกรณีที่ลูกมีไข้สูงมากจริง อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่ ไม่ทันได้ระวังว่าจะเกิดการชักจากไข้สูง เพราะไม่ทราบว่าขณะนั้น อุณหภูมิของตัวลูกเป็นเท่าไร ทำให้ไม่ได้รีบให้ยาลดไข้และเช็ดตัว เพื่อทำให้ไข้ลงได้ทันการณ์ ในการปรึกษาแพทย์ เรื่องการเจ็บป่วยของลูกนั้น ควรจะบอกคุณหมอเสมอว่าวัดไข้ได้เท่าไร และวัดที่ส่วนไหนของร่างกายรวมถึงชนิดของปรอทที่ใช้ด้วย

 

1. ปรอทวัดทางก้น

 

วิธีวัด : ตรวจสภาพของปรอทว่าอยู่ในสภาพปกติพร้อมที่จะใช้งานได้ให้หล่อลื่นปลายของปรอท ที่มีกระเปาะปรอทอยู่ด้วยวาสลิน หรือเควาย เจลลี่เพื่อหล่อลื่น ให้ลูกอยู่ในท่านอน (คว่ำ, หงาย หรือ ตะแคง) ค่อยๆ สอดใส่ปรอทเข้าทางรูก้น ประมาณครึ่งนิ้ว และให้เวลาประมาณ 2 นาที ก่อนดึงออกมาอ่าน

 

อายุที่เหมาะสม แรกเกิด ถึง 4 ขวบ

 

ข้อดี/ข้อเสีย : ราคาไม่แพงให้ค่าที่มีความแม่นยำสูง โดยเฉพาะในทารกแรกเกิดแตกหักง่าย และบางครั้งอ่านผลยาก ถ้าไม่ชำนาญ เด็กโต จะไม่ค่อยชอบให้เหน็บก้น

 

2. ปรอทวัดทางปาก/รักแร้

วิธีวัด :  ตรวจสภาพของปรอทก่อนการใช้ทุกครั้ง เอาปลายกระเปาะของปรอท ให้เด็กอมไว้ใต้ลิ้น และปิดปาก หรือหนีบรักแร้ เป็นเวลาประมาณ 2-3 นาที

 

อายุที่เหมาะสม 5 ขวบ ขึ้นไป (สำหรับ กรณี วัดทางปาก)

 

ข้อดี/ข้อเสีย : เด็กบางคนอาจจะยังอมปรอทไม่เป็น อาจจะกัดแตกได้ ห้ามใช้ในกรณีที่เด็กไม่ยอมร่วมมือ และ/หรือ ในเด็กที่มีโอกาสชักจากไข้สูง เพราะอาจเกิดการชัก ขณะที่อมปรอทอยู่ในปากทำให้เกิดอันตรายได้ บางครั้งอ่านผลยากถ้าไม่ชำนาญ

Image

3. เครื่องวัดอุณหภูมิแบบดิจิตอล

วิธีวัด : เหมือนกับปรอทวัดแบบทั่วไป

อายุที่เหมาะสม : เด็กเล็ก และ เด็กโต

 

 ข้อดี/ข้อเสีย : สะดวกตรงที่จะมีเสียงบี๊บเตือน เมื่อถึงกำหนดเวลาอ่าน และอ่านได้ง่ายเพราะเป็นตัวเลขขึ้นเลย มีราคาแพงกว่าและ เปราะบางเสียได้ง่าย ห้ามนำไปล้างน้ำหรือทำตกกระแทก ความแม่นยำในการวัดอาจด้อยกว่าปรอทแก้วเล็กน้อย

Image

4. เครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรดที่ใช้วัดทางหู
วิธีวัด : ทำได้สะดวก เพราะใส่ที่รูหู โดยดึงใบหู ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม (ดึงขึ้น และเบน ไปทางด้านหลังเล็กน้อย) ควรทำการวัดซ้ำ อย่างน้อยหนึ่งหรือสองครั้ง และหาเป็นค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิ

อายุที่เหมาะสม : 3 ขวบ ขึ้นไป

 

ข้อดี/ข้อเสีย : ใช้เวลาสั้นมากในการอ่าน และ มีความไวต่ออุณหภูมิของแก้วหู ได้ดีมาก เพราะใช้เทคโนโลยี ในการตรวจหาความร้อนโดย อินฟราเรด ค่าจะคลาดเคลื่อนมากถ้าใช้กับเด็กเล็ก เพราะรูหูมีขนาดเล็ก หรือเด็กที่มีขี้หูเยอะ

 

5. แถบเทปวัดไข้

วิธีใช้ : เอาแถบเทปทาบลงบนหน้าผาก (ถ้ามีเหงื่อมาก ควรเช็ดให้แห้งก่อน) และทาบไว้จนกว่าจะเห็นตัวเลขขึ้นที่แถบ
อายุที่เหมาะสม : เด็กเล็ก และ เด็กโต

 

ข้อดี/ข้อเสีย : ค่าที่ได้จะมีความคลาดเคลื่อนได้มาก ทั้งสูงกว่า หรือต่ำกว่าที่เป็นจริง ให้ความสะดวกในการวัดไม่ต้องคอยให้เด็กร่วมมือ

 

     กล่าวโดยสรุป ปรอทแก้วมีราคาไม่แพง มีความถูกต้องแม่นยำดี ส่วนเครื่องวัดอุณหภูมิชนิดอื่นๆ (ยกเว้นแบบ แถบเทป) ก็มีความถูกต้องแม่นยำสูง และสะดวกมากเช่นกัน แต่จะมีราคาแพงกว่า และ ต้องทำ การฝึกฝนวิธีใช้ และการอ่านค่าบ้างเล็กน้อย ในปัจจุบันนี้ทั่วโลกกำลังรณรงค์เรื่องสารปรอทเป็นพิษในสิ่งแวดล้อม จึงมีมาตรการในการลดการใช้ปรอทในกรณีต่างๆ และลดการผลิตปรอทแก้วลง ทำให้เครื่องอุปกรณ์วัดอุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดในการวัดไข้คือ เครื่องวัดอุณหภูมิแบบดิจิตอล หรือแบบอินฟราเรดที่ใช้วัดทางหู